หมวด

เริ่มเล่นภายใน วินาที

ยกเลิก

คลิปที่เกี่ยวข้อง

คลิปแม่บังคับลูกขายของ ขายไม่ได้โดนทุบ ตำรวจรุดตรวจถึงบ้าน.mp4

ข่าวและเหตุการณ์
349 views

ชาวเน็ตช่วยกันแชร์ คลิปแม่บังคับลูกขายพวงกุญแจนักท่องเที่ยว ขายไม่ได้โดนทุบ ด้านตำรวจรุดไปตรวจสอบถึงบ้าน แต่ไม่พบตัวสองแม่ลูก เล็งหาทางช่วยเหลือ

        เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2557 ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปบังคับลูกขายพวงกุญแจ ขายไม่ได้โดนทุบ! ซึ่งถูกโพสต์โดย เฟซบุ๊ก TN ShopShop‎ พร้อมทั้งระบุข้อมูลด้วยว่า เหตุการณ์ภายในคลิปดังกล่าว เกิดขึ้นภายในวัดมงคลบพิตร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างชาติ ขณะเกิดเหตุนั้น ผู้หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายอายุประมาณ 5 ขวบ ได้ว่ากล่าวและทุบตีลูกชายของตัวเอง เนื่องจากไม่สามารถขายพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวก็มีท่าทีหวาดกลัว และร้องไห้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ เด็กชายคนดังกล่าวยังถูกบังคับให้เดินขายพวงกุญแจจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนอีกด้วย

        อย่างไรก็ดี หลังที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไปก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของแม่ใจร้ายคนนี้อย่างหนัก แถมส่วนใหญ่ยังเข้ามายืนยันอีกว่า ได้มีโอกาสพบเจอเด็กชายคนนี้เดินขายพวงกุญแจทุกวันอีกด้วย แถมวันไหนขายของไม่ได้ ก็จะถูกลงโทษลักษณะนี้เป็นประจำ จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าวด้วย

         จากนั้น ในวันที่ 19 มิถุนายน 2557 พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายวิชญพร ไชยรัตนะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านของสองแม่ลูกที่ปรากฏในคลิป ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา แต่ไม่พบทั้งสองคนอยู่ในบ้าน

        ทั้งนี้ นางเพลินจิต น้อยรังสี เพื่อนบ้านของสองแม่ลูก เปิดเผยว่า เด็กในคลิปชื่อ น้องเอ (นามสมมติ) ส่วนผู้เป็นแม่คือ นางแก้ว ได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว โดย นางแก้ว เคยทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังตกงาน จึงมักพาน้องเอออกจากบ้านไปขายพวงกุญแจที่บริเวณวิหารพระมงคลบพิตรทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนตอนกลางคืนก็พาน้องเอไปขายของตามร้านอาหารทุกวัน กว่าจะกลับบ้านก็ 4-5 ทุ่ม ทำให้น้องเอซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนคลองสระบัวไม่ค่อยได้ไปเรียนหนังสือ

        สำหรับภาพที่ปรากฏในคลิปนั้น นางเพลินจิต ระบุว่า รู้สึกสงสารน้องเอมาก เพราะตนเคยรับจ้างเลี้ยงน้องเอมาตั้งแต่เด็ก ที่ผ่านมาตนเคยเห็นนางแก้วตีลูกบ้าง แต่ไม่รุนแรงเท่าที่ปรากฏในคลิป 

        ด้าน พล.ต.ต.เสริมคิด ระบุว่า ที่มาหานางแก้ววันนี้ไม่ได้จะจับกุม แต่อยากจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เพราะหากเด็กเผชิญกับความรุนแรง เด็กจะจดจำไปกระทำต่อได้ในอนาคต และขยายวงกว้างไปในสังคมส่วนรวม ส่วนการที่พาเด็กไปขายของตามสถานที่ต่าง ๆ นั้น ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเด็กต้องสมัครใจ เพราะเด็กในวัยเรียนควรมีหน้าที่เรียนหนังสือมากกว่า

        ขณะที่ นายวิชญพร กล่าวว่า เชื่อว่าการที่แม่กระทำรุนแรงกับลูกเกิดจากปัญหาความยากจน ทำให้เกิดความเครียดขึ้น จึงต้องมาสอบถามว่าแม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้หรือไม่ หากยังต้องการดูแลลูกก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนบันทึกเอาไว้ ไม่ให้กระทำรุนแรงกับเด็กอีก แต่หากพบการกระทำเช่นนี้อีก จะต้องใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ดำเนินคดีกับผู้เป็นแม่ต่อไป

คลิปที่เกี่ยวข้อง

คลิป ข่าวและเหตุการณ์ ล่าสุด