หมวด

เริ่มเล่นภายใน วินาที

ยกเลิก

สาวเกาหลีเหนือเผยทั้งน้ำตา

ข่าวและเหตุการณ์
312 views

สาวเกาหลีเหนือเผยทั้งน้ำตา กว่าจะดิ้นรนออกมาหาอิสรภาพได้ ต้องผ่านชีวิตโหดร้ายกดขี่ในดินแดนโสมแดงอย่างสาหัส แค่ดูหนังตะวันตกก็ถูกลงโทษประหาร

      หากจะกล่าวว่าเกาหลีเหนือขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนลับแลก็คงไม่ผิดนัก เพราะแม้จะรู้หลักแหล่งตำแหน่งแน่นอนของที่ตั้ง แต่ความเป็นไปของชีวิตผู้คนในประเทศแห่งนี้กลับไม่ค่อยเป็นที่เปิดเผยต่อโลกภายนอกเท่าไร กระนั้นก็ยังได้ยินเรื่องเล่าจากปากคำของชาวเกาหลีเหนือที่เล็ดรอดหลบหนีออกมาจากบ้านเกิดของตัวเองได้สำเร็จ ว่าแผ่นดินเกิดของตนนั้นโหดร้ายกดขี่เพียงใด จึงยอมเสี่ยงตายหนีออกมาหาอิสรภาพ และ ยองมี ปาร์ค (Yeonmi Park) ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตไร้อิสรภาพในเกาหลีเหนือ

       ยองมีเผยว่า ในเกาหลีเหนือทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ที่นี่แบนทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และการออกเสียงแสดงความคิดเห็น โทรทัศน์มีออกอากาศอยู่เพียงช่องเดียว และหากมีหนังฉายก็จะเป็นหนังชวนเชื่อสร้างความภักดีต่อผู้นำเท่านั้น เธอไม่เคยรู้จักหนังรักระหว่างชายหญิงเลยตลอดเวลาที่เติบโตขึ้นมาที่นั่น

เกาหลีเหนือประหารคนดูหนังตะวันตก

      ความทรงจำหนึ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการถูกเชิญไปดูการยิงเป้านักโทษซึ่งเป็นแม่ของเพื่อนเธอเอง และความผิดที่ทำให้ต้องถูกประหารชีวิตนี้ เพียงเพราะเธอแอบดูหนังของฮอลลีวูดเท่านั้น

      ผู้คนที่เกาหลีเหนือมีชีวิตอยู่ด้วยความเคร่งเครียด หวาดกลัวการถูกลงโทษหากเผลอกระทำผิด โดยเฉพาะการวิจารณ์ผู้นำประเทศ จะมีโทษทำให้ครอบครัว 3 ชั่วโคตรต้องติดคุก ถูกทรมาน หรือถึงขั้นประหารชีวิต

      ในที่สุดครอบครัวของยองมีก็ตัดสินใจเสี่ยงตายหนีออกจากดินแดนแห่งนี้ ทั้งหมดเดินเท้าข้ามทะเลทรายโกบี โดยมีเพียงเข็มทิศนำทาง และเมื่อมันพังไปก็ได้แต่เดินตามดวงดาว ซึ่งเธอเรียกมันว่า "ดวงดาวแห่งเสรีภาพ" ระหว่างทางนั้นเธอต้องสูญเสียบิดา เธอแอบฝังศพเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องไห้ เพราะกลัวว่าจะมีคนตามมาจับเธอกลับไปเกาหลีเหนืออีก

      จวบจนวันนี้ ยองมีได้ครอบครองเสรีภาพดังที่เธอปรารถนามาตลอด เสรีภาพที่จะได้ใช้ชีวิตตามที่ตนได้เลือกเดินเอง เธอกลายเป็นนักพูดในฐานะชาวเกาหลีเหนือผู้ได้รับอิสรภาพ และพยายามเรียกร้องสิ่งนี้ให้กับเพื่อนร่วมแผ่นดินคนอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าหนทางความเป็นไปได้จะริบหรี่แค่ไหนก็ตาม

      "เราต้องใส่ใจเรื่องระบอบการปกครองให้น้อยลง แล้วสนใจความเป็นอยู่ของผู้คนที่ถูกลืมเหล่านี้ให้มากขึ้น เพราะมีเพียงพวกเราที่จะทำให้เขามีตัวตนขึ้นมาได้" เธอกล่าว

คลิป ข่าวและเหตุการณ์ ล่าสุด